วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง ตั้งอยู่บนเขาชอนเดื่อ นอกจากมีทิวทัศน์ที่มีจุดสนใจจากผู้มองจากภายนอกที่มีสภาพป่าสลับกับภูเขาหินปูนแล้ว ยังมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติบนเขา เอกลักษณ์ที่สำคัญคือ ถ้ำหินปูนใหญ่น้อยกว่า 70 ถ้ำ ปัจจุบันเป็นที่น่าสนใจของนักท่องเที่ยว ได้แก่
ถ้ำดาวดึงส์ อยู่ทางด้านทิศเหนือ มีห้องโถงขนาดใหญ่จุคน 400 - 500 คน มีช่องระบายอากาศด้านบน ถ้ำที่น่าสนใจอื่น ๆ ได้แก่ ถ้ำเจ้าพ่อเสือ ถ้ำวิมานลอย ถ้ำมหาโพธิ์ทองถ้ำประกายเพชร อยู่ในด้านทิศตะวันตก ลึกประมาณ 50 เมตร มีห้องโถงขนาดใหญ่ 5 ห้อง มีหินงอกหินย้อยรูปต่าง ๆ ได้แก่ ปลาโลมาและกำแพงเมืองจีน เป็นต้น ถ้ำประดับเพชร ทางด้านใต้ ถ้ำเป็นห้องโถง 4 ห้อง หินงอกหินย้อยสีน้ำตาลอ่อน-ขาวนวล สีแสงระยิบระยับเหมือนเพชร ถ้ำวังไข่มุก อยู่ทางด้านใต้ มีหินงอกหินย้อยสีน้ำตาลเข้ม น้ำตาลอ่อน จนถึงสีขาวนวล มีห้องโถง 3 ห้อง ประดับด้วยเกล็ดเพชร ส่องแสงเป็นประกายคล้ายพระราชวัง มีบันไดไปชมถ้ำ

นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายของทั้งพันธุ์พืชและพันธุ์สัตว์มากมาย โดยเฉพาะ พืชถิ่นเดียวที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ของโลก อย่างเช่น โมกราชินี หรือ โมกสิริกิติ์ ซึ่งจะเริ่มบานช่วงปลายเดือนมกราคม และส่งกลิ่นหอมจนถึงในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงราวปลายเดือนเมษายน ดอกสีขาวสวยงามมากลักษณะเด่นที่ไม่เหมือนโมกพันธุ์อื่น ๆ พืชถิ่นเดียวและพืชหายากอื่น ๆ อีกมาก อาทิ แคสันติสุข มะกัก จันทน์แดง หรือ จันทน์ผา ปอเขา อรพิม มะยมผา หรือ มะยมฉัตร รอคอยการเรียนรู้ของนักเรียนนักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่รักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจัง เพราะความงดงามของวนอุทยานแห่งนี้ในแต่ละฤดูกาลจะแตกต่างกันไป แต่ความงามที่นักท่องเที่ยวประทับใจกันมากส่วนใหญ่จะอยู่ในช่วงตุลาคม- กุมภาพันธ์ เนื่องจากสภาพอากาศไม่ร้อนมากนักและดอกไม้ป่าหลายชนิดบานสดชื่นรอคอยผู้มา เยือนอยู่สองข้างทางเดินเต็มไปหมด
ส่วนพืชอีกชนิดที่สำคัญ คือ พันธุ์ไม้มหัศจรรย์พ่นควันได้ ซึ่งจะพบที่นี่เช่นกัน การพ่นควันของต้นไม้ชนิดนี้สามารถสะกดสายตาผู้มาเยือนทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ได้เป็นอย่างดี ควันสีขาวที่ลอยออกจาก ดอกตลอดเวลาที่มีแสงสว่าง โยงไปสู่การเรียนรู้ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น สมดังจุดประสงค์ของการจัดตั้งวนอุทยาน ใครอยากเห็นให้ชื่นใจ ก็มาเที่ยวชมการปล่อยควันของพันธุ์ไม้ชนิดนี้ได้ระหว่างเดือนกันยายนถึงราว เดือนตุลาคม ความแปลกใหม่ของการเรียนรู้และการท่องเที่ยวที่นี่ไม่แพ้สถานที่ UNSEEN แห่งใดในประเทศไทยเลยทีเดียว
หลังจากบุกป่าฝ่าดงกันเหนื่อยแล้ว ก่อนกลับสามารถแวะชมนิทรรศการเกี่ยวกับ ฟอสซิล ซึ่งประมาณกันว่ามีอายุกว่า 245 ล้านปี ทางเจ้าหน้าที่วนอุทยาน นักเรียน ครูและชุมชนในท้องถิ่นร่วมกันจัดขึ้นเพื่อใช้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญทาง ธรณีวิทยา เนื่องจากมีความหลากหลายของฟอสซิลที่พบ มีทั้งหอยแกสโตรพอด แอมโมไนต์ พิลีไซพอด ปะการังหลากหลายชนิด คดข้าวสาร หรือ ข้าวสารหิน ฟอสซิลใบไม้ และมี หินแร่ อีกหลากหลายชนิด
ที่สำคัญมากคือ ณ ผืนแผ่นดินบริเวณนี้เคยเป็นที่อยู่ของ มนุษย์โบราณ มาก่อน โดยพบซากโครงกระดูกและเครื่องมือเครื่องใช้ที่พบ จึงจัดนิทรรศการไว้ให้ชมนั้น ผู้รู้ท่านหนึ่งได้กล่าวไว้ว่าน่าจะเป็นมนุษย์โบราณที่อยู่ในช่วงก่อนทวาร วดี เครื่องมือเครื่องใช้ที่พบก็มีความงดงามแปลกแตกต่างกันไป ซึ่งน่าจะต่างจากมนุษย์โบราณที่อื่น ๆ คือน่าจะดำรงชีวิตในถ้ำด้วยเนื่องจากพบเครื่องมือเครื่องใช้หลายชนิดอยู่ใน ถ้ำหลากหลายถ้ำ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งที่พบ พระแสงศรกำลังราม โดยย้อนอดีตเมื่อวันที่ 17 มกราคม ร.ศ. 129 ตรงกับวันอังคาร เดือนยี่ แรม 3 ค่ำ (พ.ศ. 2453) หลวงพ่อรุ่งแห่งวัดหนองตานวล (หนองสีนวล) พร้อมด้วยนายตี่ นายแบน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ ได้ขี่ช้างจากวัดไปยังเขาชอนเดื่อ เพื่อหาสมุนไพร ได้พบศรสัมฤทธิ์โบราณ เป็นคันศรและมีสายศรเป็นสัมฤทธิ์ ปลายคันศรเป็นรูปพญานาคราช 3 เศียร และได้พบลูกศรสัมฤทธิ์อีกด้วย
วนอุทยานถ้ำเพชร-ถ้ำทอง จึงนับเป็นห้องเรียนธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ของชาวตาคลี และคนไทยทุกคน เนื่องจากมีความสำคัญทั้งในแง่ของประวัติศาสตร์ โบราณคดี ความหลากหลายของพันธุ์พืช พันธุ์สัตว์ ฟอสซิลที่พบมีเป็นจำนวนมากหลากหลายชนิดซึ่งยืนยันได้ว่า ที่นี่เคยเป็นท้องทะเลมาเมื่อกว่า 245 ล้านปีที่แล้ว ซึ่งล้วนเป็นภูมิหลังที่ดียิ่งของท้องถิ่นและคนไทยที่จะช่วยกันสงวนรักษา หรือมาศึกษาเรียนรู้เพิ่มพูนภูมิปัญญาและฝึกฝนจิตใจให้รู้จักรักและรักษ์ ธรรมชาติ |